donga's blog
KDE 4.2 "The Answer" ตอนที่ 1
| บทความนี้ผู้เขียนเขียนขึ้นจากประสบการณ์และจากการใช้งานระบบปฏิบัติการลินุกซ์และใช้งานระบบเดสก์ทอป KDE เป็นระบบเดสก์ทอปหลักอยู่แล้ว ทั้งนี้ผู้เขียนเพิ่งจะเคยเขียนบทความยาว ๆ เช่นนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้นจึงอาจมีความคิดเห็น, บทวิจารณ์ และบทความบางส่วนที่อาจจะมีข้อผิดพลาดไปบ้าง ทางผู้เขียนจึงขออภัยต่อข้อผิดพลาดต่าง ๆ ล่วงหน้ามา ณ ที่นี้ด้วยครับ |
| KDE คืออะไร ? |
KDE นั้นย่อมาจาก K Desktop Environment ซึ่งเป็นระบบเดสก์ทอปหลัก ๆ บนระบบปฏิบัติการลินุกซ์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากอีกตัวหนึ่ง โดยระบบเดสก์ทอป KDE นั้นประกอบไปด้วยโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น พื้นที่หน้าจอ, พาเนล, ตัวจัดการหน้าต่าง และมีการรวมเอาโปรแกรมต่าง ๆ มากมายที่ใช้งานโครงสร้างพื้นฐานเดียวกันมาไว้ในชุดอีกด้วย โครงการ KDE นั้นกำเนิดขึ้นมาเป็นคู่บุญกับระบบลินุกซ์และเป็นคู่กัดกับระบบ GNOME มานานแล้ว โดย KDE นั้นใช้ทูลคิท Qt จากบริษัท Nokia (เดิมเป็นของบริษัท Trolltech) ซึ่งเป็นทูลคิทที่ใช้ภาษา C++ มาเป็นทูลคิทหลักในการพัฒนา ส่วนระบบ GNOME นั้นจะใช้ทูลคิท GTK+ ซึ่งเป็นทูลคิทที่ใช้ภาษา C มาเป็นทูลคิทหลักในการพัฒนา
KDE 3.5.X The Classics Desktop
สำหรับระบบเดสก์ทอป KDE นั้นปัจจุบันได้พัฒนามาถึงรุ่น 4.2 แล้ว แต่ในความคิดเห็นของผมคิดว่า KDE ตัวที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายมากที่สุดในปัจจุบันนั้น ก็น่าจะเป็น KDE ที่อยู่ในซีรีส์ 3.X มากกว่าจะเป็นรุ่นปัจจุบัน เพราะอะไรนั้นเดี๋ยวมาติดตามในหัวข้อถัดไปครับ
โนเกียจะปล่อย Qt ให้มีสัญญาอนุญาตแบบ LGPL 2.1
เห็นแล้วมีเฮเลยครับ (ตอนแรกอึ้งหน่อย ๆ :p) เพราะว่าโนเกียจะปล่อย Qt ให้มีสัญญาอนุญาตแบบ LGPL 2.1
ซึ่งผู้เขียนข่าวนั้นเชื่อถือได้อย่างแน่นอน นั่นคือคุณ Sebastian Nyström ซึ่งมีตำแหน่งเป็น Vice President ของ Qt Software ของโนเกียเป็นผู้เขียนข่าวเองเลย ซึ่งทั้งนี้จะมีผลกับ Qt รุ่น 4.5 เป็นต้นไป
พร้อมกันนี้ยังจะมีการเตรียม Repository ต้นฉบับของ Qt ไว้ให้นักพัฒนาสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างสะดวกมากขึ้นอีกด้วย
รายละเอียดอ่านเพิ่มเติมได้จากที่มาครัับ
(ขออภัย ข่าวสั้นจุ๊ดจู๋ เพราะโพสต์ก่อนกลับบ้านครับ :P)
ที่มา: labs.trolltech.com
เพิ่มเติมครับ
ข่าวอย่างเป็นทางการ: http://www.qtsoftware.com/about/news/lgpl-license-option-added-to-qt
แกะกล่อง openSUSE 11.1
แกะกล่อง openSUSE 11.1
แกะกล่องในที่นี้ไม่ได้เป็นสำนวนหมายถึงการรีวิวซอฟต์แวร์นะครับ แต่เป็นการแกะกล่อง openSUSE 11.1 Retail box จริง ๆ
DHL เพิ่งเอามาส่งให้ร้อน ๆ เลยเมื่อตอน 09.30น. ของวันนี้ (9 ม.ค.52) นี่เองครับ เลยเอามาแกะกล่องให้ดูกันดีกว่า ว่าในกล่องมีอะไรบ้าง (อยากอวด ว่างั้น... :P )
ด้านหน้าของกล่อง งวดนี้มาเป็นสีเทา จากเดิมเป็นสีดำในรุ่น 11.0 แต่หน้าตาเหมือน ๆ กันกับรุ่น 11.0 เลยแฮะ
ด้านหลังของกล่อง บรรยายสรรพคุณกันหน่อย
DongaBuild repository
มาแนะนำคลังแพกเกจที่ผม Build เองครับ
อัปเดทล่าสุด: 6 มกราคม 2552
ซึ่งผมทำไว้ทั้ง i586, x86_64 และ noarch นะครับ โดยมีรายการแพกเกจที่น่าสนใจดังต่อไปนี้
มาติดตั้ง openSUSE จากแฟ้มอิมเมจแบบ ISO กัน (อีกแบบ)
เมื่อวานเพิ่งลงเรื่องติดตั้ง openSUSE จากแฟ้มอิมเมจแบบ ISO โดยใช้แฟลชไดรฟ์ไปแหม่บ ๆ อาจจะมีหลายคนบ่นว่า
- ไม่เห็นจะเวิร์ก เครื่องฉันมันบูตจากแฟลชไดรฟ์ไม่ได้ว้อย..... หรือหนักไปกว่านั่น
- อีนี่ฉานไม่มีแฟลชไดรฟ์จ้ะนายจ๋า
เอา ๆ ๆ วันนี้มาลองติดตั้งกันอีกแบบ วิธีนี้ไม่ต้องใช้แฟลชไดรฟ์ด้วย อาศัยแค่เครื่องที่ลงลินุกซ์ไว้อยู่แล้ว กับไฟล์ ISO เท่านั้น
เนี่ยผมเองก็เพิ่งลองติดตั้ง 11.1 ตัวจริงด้วยตัวเองบนโน้ตบุ้คไปเมื่อตะกี๊เลยนะเนี่ย เลยเอามาบอกกันซะหน่อย
สิ่งที่ต้องมี
- เครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมใช้ และมีระบบลินุกซ์ติดตั้งอยู่ด้วย (ขอให้ใช้ grub เป็น Boot Manager นะครับ)
- พาร์ทิชันสำหรับที่จะใช้ติดตั้ง openSUSE
- พาร์ทิชันลินุกซ์ที่ไม่เกี่ยวกับที่จะนำมาใช้ติดตั้ง (ก็พาร์ทิชันแบบ Ext3 หรือ Reiserfs ที่เอาไว้เก็บข้อมูลอย่างเดียวน่ะแหละ)
- แฟ้มอิมเมจ ISO ของแผ่นติดตั้ง oepnSUSE จ้ะนายจ๋า เอาไว้ในพาร์ทิชันในข้อ 3. นะ อย่าทำโฟลเดอร์ลึก เดี๋ยวได้พิมพ์ยาว
เทียบกับเครื่องผมนะครับ
พาร์ทิชันบนโน้ตบุ้คเครื่องผม:





